หน้าหลัก    
   

 

เทคนิคการผสมพันธุ์สุนัข

*******

เทคนิคการผสมพันธุ์สุนัข

โดย นางสาวพรนภา ไฝ่สุข

การเลี้ยงสุนัขเป็นงานอดิเรกที่ทำให้คนเรามีชีวิตที่ดีขึ้น อย่างน้อยก็เป็นการคลายเครียดได้บ้างจากปัญหาในเรื่องต่างๆ ที่อยู่รอบตัว สุนัขเป็นเสมือนเพื่อนที่มาช่วยให้เราได้มีความสุข และยังให้ความรู้แก่เราได้ทุกวัน การแสดงออกของสุนัขถ้าเราจะนำมาพิจารณาแล้ว ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรๆ ได้อีกนับไม่ถ้วน ภาพถ่ายเพียงภาพเดียวนั้นสามารถบอกอะไรๆ ได้ร้อยแปด แต่การกระทำของสุนัขนั้นสามารถบอกให้เราได้รู้นับพันประการ

สุนัขได้ถูกเลี้ยงให้เป็นเพื่อน เป็นลูก และเป็นอะไรๆ อีกมากมาย แล้วแต่ว่าผู้เลี้ยงจะยอมรับ สุนัขได้สมญาว่าเป็นผู้ซื่อสัตย์ จงรักภักดีไม่มีใครเหมือน การเลี้ยงสุนัขจะประสบผลสำเร็จสูงสุด ผู้เลี้ยงจะต้องประกอบด้วยความรู้หลายประการในการเลี้ยง หนึ่งในความรู้เหล่านั้นต้องประกอบด้วยความรู้เรื่องการผสมพันธุ์สุนัข ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในการเลี้ยงสุนัข ได้แก่ การผสมพันธุ์สุนัข และการได้ลูกสุนัขที่น่ารักมาเชยชม

การผสมพันธุ์สุนัข ที่จริงไม่ยาก เพียงแต่ท่านจะต้องมีความเข้าใจ และสนใจอย่างจริงจัง เรียนรู้ให้ถ่องแท้ และถ้ามีประสบการณ์ที่ดีก็จะทำให้ท่านประสบผลสำเร็จได้โดยง่าย และอาจนำมาซึ่งชื่อเสียงและรายได้งามอีกด้วย

สุนัข เป็นสัตว์สังคมที่ชอบอยู่กันเป็นหมู่คณะ หรือที่เรียกว่าฝูง และมักจะมีหัวหน้าที่ทำหน้าที่จ่าฝูงคอยเป็นผู้นำในเรื่องต่างๆ เช่น เรื่องอาหารการกิน การผสมพันธุ์ การต่อสู้ แต่ในปัจจุบันสุนัขซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงและไม่ต้องกังวลกับเรื่องเหล่านี้อีกต่อไป เนื่องจากมีเจ้าของเข้ามาทำหน้าที่แทน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน ก็มีอาหารสำเร็จรูปชนิดต่างๆ ให้กินอย่างมากมาย ในเรื่องของหัวใจหรือการผสมพันธุ์ก็มีผู้เลี้ยงหรือเจ้าของเป็นผู้จัดหาจัดการให้เสร็จสรรพ ซึ่งถ้าจะมองในแง่ที่ดีก็คงหาข้อตำหนิไม่ได้ แต่ถ้าจะมองในเรื่องของธรรมชาติแล้ว ก็คงต้องถามเจ้าตัวว่าเห็นด้วยหรือเปล่า สุนัขเป็นสัตว์ที่มีช่วงจังหวะในการผสมพันธุ์ ไม่สามารถที่จะผสมพันธุ์ได้ตลอดเวลา ดังที่โบราณกล่าวไว้ว่า "หมาเดือนสิบสอง" ซึ่งหมายความว่าหมาหรือสุนัขนั้นจะผสมพันธุ์ได้เฉพาะในเดือนสิบสองเท่านั้น ไม่สามารถที่จะผสมพันธุ์ในช่วงเดือนอื่นได้ ซึ่งแต่ก่อนที่ยังไม่ได้ศึกษาเรื่องสุนัข หลายท่านก็คงมีความเห็นคล้อยตามไปด้วย เนื่องจากพอใกล้ๆ สิ้นปี หรือประมาณเลยวันลอยกระทงไปหน่อยก็มักจะเห็นหมามันผสมพันธุ์กันให้วุ่นวาย และมักมีการทะเลาะวิวาทกันระหว่างหมาตัวผู้ให้เห็นอยู่ทั่วไป พอเลยมาถึงประมาณปีใหม่ก็มักจะเห็นลูกหมาออกมาให้ได้เชยชมกันบ้างแล้ว

แต่ปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้นเสียแล้ว เนื่องจากหมาเริ่มมีวิวัฒนาการ เพราะถ้าหากไปผสมพันธุ์ได้เฉพาะแค่เดือนสิบสองหมาก็อาจสูญพันธุ์ได้ง่ายๆ เนื่องจากหมามีภัยอยู่รอบด้าน ทั้งภัยจากสิ่งแวดล้อม มลพิษ เทคโนโลยีต่างๆ และที่สำคัญภัยจากคนที่มีต่อหมาในหลายรูปแบบ ทั้งการวางยา ทั้งการจับมากินเป็นอาหาร และอื่นๆ หมาก็ต้องปรับตัวให้สามารถผสมพันธุ์ได้ตลอดปี แต่มีข้อแม้ว่าต้องอยู่ในช่วงที่ร่างกายพร้อมที่จะรับการผสมพันธุ์ ซึ่งก็ได้แก่การเป็นสัด สุนัขเพศเมียจะผสมพันธุ์ได้จะต้องเป็นสัด หรือที่เรียกให้สุภาพว่าเป็นฮีตเสียก่อน การที่สุนัขเพศเมียเป็นสัดหรือเป็นฮีต เป็นปรากฏการณ์หรือเป็นกระบวนการของการเริ่มเข้าสู่ระยะการผสมพันธุ์ได้ของสุนัขเพศเมีย ซึ่งต้องมีอายุย่างเข้า 6-8 เดือน แต่นักผสมพันธุ์สุนัขมืออาชีพจะไม่นิยมผสมพันธุ์สุนัขในการเป็นสัดในครั้งแรก เนื่องจากเชื่อว่าร่างกายของสุนัขเพศเมียนั้นยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่ ต้องรอให้เป็นสัดครั้งที่ 2 เสียก่อนจึงผสมได้

การผสมพันธุ์สุนัขในการเป็นสัดครั้งแรก จะมีผลเสียมากกว่าผลดี เนื่องจากร่างกายยังไม่เติบโตเต็มที่ และจะทำให้แม่สุนัขนั้นแคระแกร็นได้ จากการศึกษาเรื่องการผสมพันธุ์สุนัขทำให้ทราบว่าเมื่อแม่สุนัขตั้งท้องโดยที่ร่างกายยังไม่พร้อม ร่างกายแม่สุนัขจะต้องนำอาหารส่วนหนึ่งไปเลี้ยงลูกของมันที่อยู่ในท้อง ทำให้ร่างกายของตัวเองขาดอาหารส่วนหนึ่งไป ซึ่งน่าจะเป็นอาหารและแร่ธาตุที่จำเป็นแก่ร่างกายส่วนหนึ่ง ส่วนผลเสียระยะยาว ได้แก่ เมื่อสุนัขนั้นมีอายุสูงขึ้นจะทำให้การผสมพันธุ์ในครั้งหลังๆ ติดลูกยากขึ้น และจะให้ลูกน้อยลงๆ ในการผสมแต่ละครั้ง ซึ่งอาจไม่คุ้มค่าถ้าคิดในเชิงธุรกิจ ดังนั้น ผู้เลี้ยงสุนัขในเชิงพาณิชย์จะต้องใจเย็นในเรื่องเหล่านี้และต้องรอให้แม่สุนัขของตนเป็นสัดในครั้งที่ 2 เสียก่อน ซึ่งก็หมายความว่าแม่สุนัขนั้นจะมีอายุประมาณ 12-15 เดือน ซึ่งก็ยังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ และจะสามารถให้ลูกไปได้นานเท่าที่จำเป็น

สุนัขเพศเมียจะเป็นสัดได้ปีละประมาณ 2 ครั้ง ถ้าไม่ได้ผสมพันธุ์ หรือช่วงของการเป็นสัดจะห่างกันประมาณ 6-8 เดือน หรือถ้าจะพิจารณาแล้วการเป็นสัดของสุนัขเพศเมียจะอยู่ราวๆ 2 ปี 3 ครั้ง โดยประมาณ สำหรับสุนัขเพศผู้จะย่างเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ก่อนสุนัขเพศเมีย หรือประมาณที่อายุ 6 เดือน และจะสามารถผสมพันธุ์ได้ชั่วชีวิต

สุนัขที่จะใช้ทำพ่อแม่พันธุ์นอกจากจะต้องเป็นสุนัขที่มีสุขภาพที่ดี และมีลักษณะที่ถูกต้องตามมาตรฐานสายพันธุ์แล้ว ยังต้องมีอายุที่เหมาะสมอีกด้วย ได้แก่

สุนัขพันธุ์ใหญ่

พ่อพันธุ์ จะต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18-24 เดือน

แม่พันธุ์ จะต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 12-18 เดือน

สุนัขพันธุ์เล็ก

พ่อพันธุ์ จะต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 12-18 เดือน

แม่พันธุ์ จะต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 12-15 เดือน

การผสมพันธุ์สุนัขที่จะได้ผลเป็นที่น่าพอใจ นอกจากจะต้องมีความรู้เรื่องที่กล่าวแล้วข้างต้น ยังต้องรู้เรื่องสายเลือดอีกด้วย นักผสมพันธุ์สุนัขส่วนมากจะแบ่งความรู้เรื่องการผสมพันธุ์ตามสายเลือดไว้ด้วยกัน 3 ลักษณะ ดังนี้ ซึ่งแต่ละลักษณะก็จะได้ลูกสุนัขออกมาแตกต่างกันตามการผสมของแต่ละลักษณะ ซึ่งก็จะมีผลดี และผลเสียให้ได้ศึกษาและเรียนรู้ที่ต่างกันออกไป ได้แก่

1. การผสมแบบเลือดชิด หรือ In Breeding เป็นการผสมพันธุ์สุนัขที่มีสายเลือดชิดกัน หรือสายเลือดเดียวกัน ได้แก่ พ่อผสมลูกสาว แม่ผสมลูกชาย หรือพี่น้องท้องเดียวกันผสมกันเอง เป็นต้น ลูกสุนัขที่เกิดมาจะมีลักษณะเด่นที่เหมือนพ่อหรือแม่ที่มีสายเลือดเดียวกัน แต่มีข้อเสียที่ว่าลูกสุนัขเหล่านั้นจะมีพันธุ์ที่อ่อนแอลง และมักไม่มีภูมิต้านทานโรคที่ดี เลี้ยงยากและมักไม่โต ร่างกายอ่อนแอแคระแกร็น การผสมพันธุ์สุนัขลักษณะนี้ไม่เป็นที่นิยมของนักผสมพันธุ์ที่อ่อนด้อยประสบการณ์ เว้นแต่ต้องการให้ลูกสุนัขที่ได้มาคงลักษณะเดิมของพ่อแม่พันธุ์ที่มีลักษณะเด่นที่ดีไว้ให้คงอยู่เท่านั้น ผู้เลี้ยงสุนัขทั่วไปไม่ควรผสมพันธุ์สุนัขในลักษณะนี้

2. การผสมในวงเดียวกัน หรือ Line Breeding เป็นการผสมพันธุ์สุนัขที่มีสายพันธุ์เดียวกัน แต่ไม่ได้เป็นญาติสนิทซึ่งกันและกัน การผสมพันธุ์สุนัขลักษณะนี้เป็นที่นิยมของผู้เลี้ยงสุนัขส่วนใหญ่ ลูกสุนัขที่ได้มาจะมีลักษณะเด่นที่ดี และมีสุขภาพที่แข็งแรง เลี้ยงง่าย เจริญเติบโตดี ไม่ติดโรคง่าย

3. การผสมพันธุ์ต่างสายเลือด หรือ Crosse Breeding เป็นการผสมพันธุ์สุนัขที่นิยมกันอีกวิธีหนึ่ง เนื่องจากเป็นการทำให้สายเลือดของสุนัขมีความเข้มข้นขึ้น หรือเป็นการเติมสายเลือดให้ดีขึ้นนั่นเอง ลูกสุนัขที่ได้มาจากการผสมพันธุ์วิธีนี้จะเป็นลูกสุนัขที่แข็งแรง และมีสายเลือดที่สูงขึ้น นักผสมพันธุ์สุนัขมักใช้วิธีนี้เพื่อปรับปรุงหรือตั้งสายเลือดของตนขึ้นมาใหม่ เป็นวิธีปรับปรุงพันธุ์ที่ดีอีกวิธีหนึ่ง

เคล็ดลับในการผสมพันธุ์สุนัขจะอยู่ที่การนับวันในการเป็นสัดของแม่สุนัข บางท่านไม่ประสบความสำเร็จ อาจเนื่องมาจากการนับวันผสมไม่ถูกต้องก็ได้ การนับวันที่ถูกต้อง ให้เริ่มนับวันแรกที่สุนัขเป็นสัด เป็นวันที่ 1 และให้ผสมได้ในวันที่ 9 ของการเป็นสัด และผสมซ้ำในวันที่ 11 ของการเป็นสัดอีกครั้งหนึ่ง อันที่จริงการผสมสุนัขนั้นแม้ผสมเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้แม่สุนัขตั้งท้องได้แล้ว แต่การผสมครั้งที่สองเพียงแต่ต้องการความแน่ใจเท่านั้น และเป็นการลดความกำหนัดให้แม่สุนัขมากกว่า เมื่อผสมพันธุ์ให้แม่สุนัขแล้วต้องขังแม่สุนัขไว้ไม่ให้พ่อสุนัขอื่นมาผสมได้อีก มิเช่นนั้นแล้วอาจได้ลูกสุนัขที่ไม่รู้ว่าเป็นลูกของพ่อพันธุ์ตัวไหน

ไม่ว่าท่านจะผสมพันธุ์สุนัขด้วยวิธีอะไร พ่อแม่พันธุ์ที่นำมาผสมจะต้องเป็นสุนัขที่แข็งแรง และมีลักษณะที่ถูกต้องตามมาตรฐานสายพันธุ์ นอกจากนั้น สุนัขพ่อแม่พันธุ์จะต้องมีนิสัยที่ดี ฉลาด เลี้ยงง่าย ไม่เป็นโรคติดต่อที่ร้ายแรง หรือมีลักษณะต้องห้ามต่างๆ โดยเฉพาะตัวท่านเองซึ่งเป็นเจ้าของสุนัขจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม และผลงานของตัวท่านเองด้วย ไม่ใช่นึกอยากได้ลูกสุนัขก็ผสมพันธุ์ขึ้นมา พอได้ลูกสุนัขที่ไม่เป็นไปตามความประสงค์ก็นำไปปล่อยให้เป็นภาระกับสังคม หรือแม้แต่การทำลายทิ้ง ซึ่งเป็นบาปอย่างมหันต์

การปล่อยให้ลูกสุนัขที่เกิดมาต้องมีชีวิตที่ลำบากไปวันๆ เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องทั้งในทางศีลธรรม และทางจิตใจ เป็นสิ่งที่ไม่ควรประพฤติ ในสังคมของผู้เจริญแล้วเขาไม่ทำกัน อย่างน้อยท่านจะต้องเลี้ยงดูให้ดีตามความเหมาะสม

เมื่อได้ลูกสุนัขมาแล้ว ท่านจะต้องรู้จังหวะของการเจริญเติบโตด้วย จึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จอย่างภาคภูมิใจ ลูกสุนัขจะเจริญเติบโตและมีความสมบูรณ์ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ท่านจะต้องเริ่มต้น ดังนี้

ถ้าเป็นสายพันธุ์ที่จะต้องตัดหาง ให้ท่านตัดหางให้เรียบร้อยภายใน 3-5 วัน หลังคลอด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสุขภาพของลูกสุนัขด้วย และให้ชั่งน้ำหนักลูกสุนัขทุกวัน โดยให้ชั่งเป็นรายตัวหรือชั่งรวมก็ได้ ทั้งนี้เพื่อตรวจสอบการเจริญเติบโตของลูกสุนัข หลังจากนั้น ลูกสุนัขจะลืมตาได้เองภายใน 14 วัน เมื่อลูกสุนัขมีอายุได้ 3 สัปดาห์ หรือ 21 วัน ให้เริ่มแช่อาหารเม็ดสูตรลูกสุนัขให้กิน โดยแช่น้ำอุ่นหรือน้ำนมแล้วบี้ให้เละ ลูกสุนัขจะเริ่มหัดเลียกินได้เอง ระหว่างนี้ก็ต้องชั่งน้ำหนักทุกวัน ลูกสุนัขจะเจริญเติบโตและแข็งแรงขึ้นเป็นลำดับ ให้สังเกตการเปลี่ยนแปลงและการแสดงออกของลูกสุนัข โดยปกติลูกสุนัขที่แข็งแรงจะกินและนอนเท่านั้น ไม่ร้องกวน ถ้าร้องกวนแสดงว่าผิดปกติให้หาสาเหตุให้พบ และกำจัดออกไป แม่สุนัขที่เลี้ยงลูกดีมักจะทำความสะอาดให้ลูกของมันตลอดเวลา โดยการเลียหู ตา แม้แต่ของเสียที่ลูกมันถ่ายออกมา มันก็จัดการได้อย่างดี ลูกสุนัขจะมีฟันน้ำนมขึ้นเต็มเมื่ออายุประมาณ 30-45 วัน ระหว่างนี้แม่สุนัขส่วนใหญ่จะเริ่มหย่านมให้ลูกมันเอง ท่านก็มีส่วนช่วยให้อาหารเสริมแก่ลูกสุนัขให้พอเพียงด้วย

การทำวัคซีนให้ลูกสุนัข ให้ทำวัคซีนให้ลูกสุนัขเมื่อมีอายุได้ 45 วัน เป็นเข็มแรก และถ่ายพยาธิด้วย หลังจากนั้น เมื่อลูกสุนัขมีอายุประมาณ 2 เดือน หรือ 60 วัน ก็เริ่มทยอยจำหน่ายได้แล้ว ลูกสุนัขที่น่ารักและเป็นที่ต้องการของผู้เลี้ยงมักมีอายุประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งเป็นโอกาสของผู้จำหน่ายที่จะตั้งราคาได้ดี แต่ต้องเป็นลูกสุนัขพันธุ์แท้ที่มีสุขภาพสมบูรณ์ด้วย ถ้าเป็นลูกสุนัขสายพันธุ์ที่กำลังอยู่ในความนิยม ก็จะจำหน่ายได้ราคาและรวดเร็ว

เครดิต นางสาวพรนภา ไฝ่สุข

 
 
web counter
Top!
Top!